ภาวะโลกร้อน

posted on 23 Sep 2008 09:52 by oum-bun11

สตร์อม เซิร์จ มหันตภัยของคนกทม.และคนชายฝั่ง

ประกาศ ระวัง"สตอร์ม เซิร์จ" ถล่มชายฝั่ง-ซัดถึงกรุง



ก่อนหน้านี้ทางผู้เชี่ยวชาญของศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ออกมาเตือนว่าในช่วงเดือนส.ค.-ต.ค.นี้ อาจจะมีพายุขนาดใหญ่พัดถล่มด้านอ่าวไทยไล่ตั้งแต่ จ.ชุมพร จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.เพชรบุรี ทำให้เกิด "สตร์อม เซิร์จ" (Storm Surge) เป็นปรากฏการณ์น้ำทะเลยกตัวสูงขึ้น ไหลทะลักเข้ามาถึงบริเวณปากอ่าวเจ้าพระยา เข้าท่วมขังพื้นที่กทม. และกว่าจะไหลย้อนกลับสู่ทะเลต้องใช้เวลานานกว่า 2-3 สัปดาห์

มูลนิธิ ดร.สุรพล สุดารา นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลของประเทศไทย ร่วมกับสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดสัมมนาเรื่อง "สตร์อม เซิร์จ" มหันตภัยของคนกทม.และคนชายฝั่ง เพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจมากขึ้น จากนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ

น.อ.กตัญญู ศรีตังนันท์ ผู้บังคับหมวดเรืออุทกศาสตร์ กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ อธิบายว่า สตอร์ม เซิร์จ คือ คลื่นพายุซัดฝั่ง หรือระดับน้ำทะเลที่ยกตัวสูงขึ้น จากการเคลื่อนตัวเข้ามาของหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงของพายุหมุน หรือมวลน้ำที่ยกระดับสูงขึ้น อันเนื่องมาจากการเกิดหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง เคลื่อนตัวผ่านเข้าไปในบริเวณนั้นๆ

ตามความหมายของนักอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง คือ "พายุหมุนโซนร้อน" นั่นเอง


การเกิดพายุหมุนโซนร้อนมี 3 สาเหตุ คือ

 1.ลมแรงมากบวกคลื่นในทะเลสูงมาก

2.ความกดอากาศต่ำอย่างรุนแรงที่ศูนย์กลางของพายุ

3.ฝนตกหนักเกิดการเคลื่อนตัวของน้ำจากทะเล

ส่วนตัวการที่ทำให้เกิดความเสียหายจากสตอร์ม เซิร์จ น.อ.กตัญญูอธิบายว่า 1.ลมแรงจากพายุ 2.คลื่นสูง 3.ระดับผิวหน้าน้ำทะเลที่ยกตัวสูงขึ้นจากปกติ ถ้าพื้นที่ชายฝั่งเป็นบริเวณน้ำลึกน้ำทะเลก็สามารถกระจายออกไปได้ โดยน้ำจะสูงขึ้นอย่างช้าๆ แต่ถ้าบริเวณชายฝั่งเป็นที่ตื้น น้ำทะเลไม่สามารถจะกระจายออกไปทางไหนได้ น้ำจะสูงขึ้น และการกระจายตัวของมวลน้ำก็ขึ้นมาบวกความรุนแรงของพายุหมุนโซนร้อน


พร้อมทั้งยกตัวอย่างสตอร์ม เซิร์จ ที่เคยเกิดขึ้นสูงกว่า 3.7 เมตร หรือประมาณ 12 ฟุต จากพายุเฮอริเคน ออเดรย์ ในปี ค.ศ.1957 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 390 คน ในพื้นที่ชายฝั่งที่เป็นพื้นที่ราบตะวันตกเฉียงใต้ของมลรัฐหลุยเซียน่า สหรัฐอเมริกา และดันให้มวลน้ำไกลเข้าไปในฝั่งได้ถึง 40 กิโลเมตร หากพื้นที่ราบไม่มีสิ่งกีดขวางคลื่นจะกวาดเข้าไปได้ลึกและปริมาณน้ำท่วมจะขึ้นอยู่กับความสูงของระดับน้ำ


ผู้บังคับหมวดเรืออุทกศาสตร์ กล่าวต่อว่า อ่าวไทยเป็นพื้นที่มีความลาดชันน้อย ระดับความสูงของสตอร์ม เซิร์จ อาจสูงมากกว่าปกติ สำหรับ พื้นที่ กทม.และบริเวณชายฝั่งอ่าวไทยมีโอกาสเสี่ยงต่อภัยพิบัติจากพายุหมุนโซนร้อนที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเดือนต.ค.-ธ.ค.ของทุกปี ทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลยกตัวสูงขึ้นกว่าระดับปกติ เกิดลมพายุพัดแรง และฝนตกหนักเกิน 100 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง

โดยชายฝั่งด้านอ่าวไทยน่าเป็นห่วง เพราะอาจเกิดการเคลื่อนตัวของมวลน้ำโถมเข้าชายฝั่งดังกล่าวจนเข้ามาถึงพื้นที่ กทม.และ จ.สมุทรปราการ ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง และอาจส่งผลกระทบต่อระบบประปาและแหล่งน้ำจืดในชั้นใต้ดิน

ด้านนายธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล อาจารย์ศูนย์พิบัติภัย คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ประเทศไทยเคยเกิดสตอร์ต เซิร์จ มาแล้วหลายครั้ง เช่น พายุไต้ฝุ่นเกย์ และลินดา แต่ไม่มีความรุนแรงทำลายล้างเหมือนในต่างประเทศ ในอนาคตจะเกิดหรือไม่ยังไม่สามารถยืนยันชัดเจนได้

แต่จากภาวะโลกร้อนและอุณหภูมิน้ำมหาสมุทรที่สูงขึ้น ทำให้จำนวนพายุที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน เห็นได้จากน้ำแข็งในทวีปต่างๆ เริ่มละลาย และอุณหภูมิผิวน้ำมหาสมุทรสูงขึ้น สอดคล้องกับจำนวนและความรุนแรงของพายุที่เกิดขึ้นในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา มีความถี่มากขึ้นจาก 2.8 ลูกต่อปี เป็น 4.2 ลูกต่อปี ดังนั้นมนุษย์ควรเรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติ ไม่ควรเอาชนะธรรมชาติ โชคดีที่ระบบเตือนภัยในปัจจุบันสามารถแจ้งเตือนพายุล่วงหน้าได้เป็นสัปดาห์ จึงไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

นายธนวัฒน์กล่าวว่า ส่วนแนวทางการลดพิบัติภัยทำได้หลายแนวทาง เช่น การสร้างแนวป้องกันทางทะเลและชายฝั่งเพื่อลดพลังงานของพายุ การสร้างกำแพงป้องกันคลื่น การปลูกป่าชายเลน

"สตอร์ม เซิร์จ มันมากับพายุ เราต้องเข้าใจการเกิดพายุโซนร้อนก่อน ว่าคือหย่อมความกดอากาศต่ำที่มีรูอยู่ตรงกลาง หรือตาของพายุ และข้างๆ มีความกดอากาศสูง มันก็จะดันให้น้ำขึ้นไปข้างบน สตอร์ม เซิร์จ ถ้าอยู่ในทะเล หรือระดับน้ำในทะเล จะราบเรียบเท่ากันหมด แต่ตรงตาของพายุจะสูงกว่าปกติ เราจึงเรียกตรงตาของพายุตรงนี้ว่าสตอร์ม เซิร์จ และมีระดับความรุนแรงแบ่งออกเป็น 5 ระดับ"

อาจารย์ธนวัฒน์ระบุว่า ถ้าระดับ 4 เหมือนกับพายุนาร์กีส ที่ถล่มประเทศพม่า ก็เป็น สตอร์ม เซิร์จ มีความเร็วลม 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เหมือนกับเอาน้ำที่มีขนาดใหญ่มากสาดไปอย่างแรงมันก็พังหมด ส่วนจุดอันตรายที่สุดที่อยากเตือน คือ จ.เพชรบุรี ไปถึง จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สงขลา จะเกิดบ่อยที่สุด รองมาคือ กทม.โอกาสเกิดน้อยกว่า แต่ก็มีโอกาสเกิดได้

ด้าน รศ.ดร.บรรณโศภิษฐ์ เมฆวิชัย รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า สตร์อม เซิร์จ ถือเป็นเรื่องใหม่ และหากเกิดขึ้นและซัดฝั่งอ่าวไทยจริง ทาง กทม.เตรียมพร้อมรับมือไว้แล้ว โดยมีแผนระบายน้ำท่วม การแก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่ง และแผนปฏิบัติการก่อน ระหว่าง และหลังเกิดเหตุ มีหน่วยปฏิบัติการเร่งด่วนของสำนักการระบายน้ำ สำนักการโยธา และสำนักงานเขต เตรียมพร้อมประจำทุกพื้นที่ รวมถึงมีระบบสื่อสารการรับแจ้งเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง

แม้ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดสตอร์ม เซิร์จ ขึ้นเมื่อใด แต่อาจจะเกิดขึ้นได้หากสภาวะอากาศและสภาวะแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลงไป จึงต้องมีการศึกษาและหาแนวทางร่วมกันแก้ปัญหา และอพยพประชาชนออกจากบริเวณเกิดเหตุ

แก้ปัญหา..ส้นเท้าแตก

posted on 20 Sep 2008 22:19 by oum-bun11


          ใครที่กำลังประสบปัญหาส้นเท้าแตก วันนี้เกร็ดความรู้มีวิธีแก้มาฝาก...

          ส้นเท้าแตก เป็นปัญหา ที่พบได้บ่อยเพราะผิวหนังบริเวณเท้าต้องถูกใช้งานทั้งวัน แต่กลับขาดการบำรุงและเอาใจใส่ จนทำให้ส้นเท้า แตกเป็นร่อง แห้ง และเจ็บ

          วิธีแก้ คือ ในระหว่างที่อาบน้ำชำระล้างสิ่งสกปรก ผิวหนังได้สัมผัสน้ำจนนุ่มตัวแล้ว ให้ใช้หินที่ใช้สำหรับขัดขี้ไคลค่อยๆ ถูส้นเท้าที่หนาตัวขึ้นกว่าปกติ โดยทำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และด้วยเหตุที่ผิวหนังบริเวณเท้ามีต่อมไขมันน้อย จึงไม่ค่อยมีไขมันไหลออกมาฉาบเคลือบผิวหนัง ฝ่าเท้าจึงแห้งแตกได้ง่าย 

          ดังนั้น หลังอาบน้ำเสร็จควรทาครีมให้ความชุ่มชื้น และนวดที่ส้นเท้าและฝ่าเท้าจนเนื้อครีมซึมซาบเข้าไป ซึ่งจะใช้ครีมบำรุงผิวทั่วไปหรือครีมที่โฆษณาว่าสำหรับเท้าก็ได้ เพราะส่วนประกอบหลัก ในครีมนั้นไม่แตกต่างกันนัก ทำเช่นนี้สัปดาห์ละครั้ง

          ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันดูได้

เซ็กซ์ที่ปลอดภัย

posted on 18 Sep 2008 12:33 by oum-bun11
เซ็กซ์ที่ปลอดภัย  
 
 
 
 
 
 


อาหารต้องห้ามก่อนมีเพศสัมพันธ์ตามราศี

ฉบับที่แล้วเราพูดกันถึงเรื่องยาโป๊วตามจักรราศี ว่าท่านที่เกิดในราศีไหน มีอาหารจำพวกใดที่ทานเข้าไปแล้วจะส่งเสริมเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งก็เป็นไปตามธรรมดาที่มีขาไปก็ต้องมีขากลับ หรือที่เรียกเป็นภาษาโหรว่า ‘ตันตริก’ และที่จะอธิบายเรื่องนี้ต่อในฉบับนี้ก็เพราะว่า บางทีหลายๆ ท่านที่มีสมรรถภาพทางนี้ดีอยู่แล้ว กลับไปทานอาหารที่มีเครื่องปรุงหรือส่วนผสมที่ว่านี้ ซึ่งตามหลักการทางโหราศาสตร์สากลท่านบัญญัติไว้ว่า มีเหตุให้จะกลับไปลดทอนหรือกดให้ลดลง หรือเป็นของแสลงต้องห้าม หรือพูดตรงไปตรงมาตามประสาชาวบ้านว่า กินอย่างนี้แล้วเซ็กซ์เสื่อม ว่างั้นเถอะ

 



เหตุเพราะว่า อาหารซึ่งครองราศีและดวงดาวดังกล่าว มีคุณสมบัติที่จะไปทำลายสมรรถนะทางเพศของคนที่เกิดในข่ายของจักรราศีนั้นๆ ยกเว้นนักบวชหรือผู้ที่จะตัดกามกำหนัดไม่ให้มารบกวนกายซึ่งส่งผลไปถึงจิตใจที่จะปลอดโปร่งแจ่มใส ปราศจากกิเลสกำหนัดมารบกวนการปฏิบัติธรรม ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นประเด็นต่างหากออกไป

ตามหลักโหราศาสตร์สากลนั้น ชนชาวราศีดังกล่าว จะถูกอาหารกลุ่มที่กล่าวนี้ ส่งผลร้ายต่อกระบวนการสืบพันธุ์ทั้งหมด อันได้แก่ ทางกายจะไประงับ ความสามารถของเส้นเลือดที่เก็บความแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย และแสลงต่อต่อมลูกหมาก ส่วนเพศหญิงก็แสลงมีผลต่อการไประงับการหลั่งฮอร์โมนเอสโตรเจน

เรามาดูกันซิว่า ในแต่ละราศีนั้น มีอะไรบ้างที่ ห้ามกิน มิฉะนั้นจะไปมีผลกดความตื่นตัวทางเพศของคนที่เกิดในช่วงเวลานั้น

ราศีเมษ (เกิดตั้งแต่ 21 มีนาคม ถึง 19 เมษายน ) ไม่ควรกิน ถั่วลันเตา ถั่วแขก เกาลัด แห้ว
ราศีพฤษภ ( เกิดตั้งแต่ 20 เมษายน ถึง 20 พฤษภาคม ) ก็ไม่ควรกิน ผักกาดขาว กะหล่ำปลีขาว/แดง ผักกวางตุ้ง นมสด เนื้อปลา เนื้อปู เช่นกัน
ราศีมิถุน ( เกิดตั้งแต่ 21 พฤษภาคม ถึง 21 มิถุนายน ) หลีกเลี่ยง สะระแหน่ น้ำผึ้ง รังผึ้ง เมล็ดทานตะวัน
ราศีกรกฏ ( เกิดตั้งแต่ 22 มิถุนายนถึง 22 กรกฎาคม ) ควรหลักเลี่ยง แครอท มันฝรั่ง กะหล่ำปลี คื่นไช่
ราศีสิงห์ ( เกิดตั้งแต่ 23 กรกฎาคม ถึง 22 สิงหาคม ) หลบให้แก่ สตรอว์เบอร์รี่ ข้าวโอ๊ด
ราศีกันย์ ( เกิดตั้งแต่ 23 สิงหาคม ถึง 22 กันยายน ) ควรเว้น หอมหัวใหญ่ กุ้ง กั้ง กะปิ
ราศีตุลย์ ( เกิดตั้งแต่ 23 กันยายน ถึง 22 ตุลาคม ) ควรเลี่ยง ยี่หร่า กระเทียม ลูกเกด ( องุ่นแห้งไร้เม็ด )
ราศีพิจิก ( เกิดตั้งแต่ 23 ตุลาคม ถึง 21 พฤศจิกายน ) ถ้างดพวก น้ำแร่ใต้ดิน ผักโขม เบียร์สด ผักรสขม มะระ เป็นดี
ราศีธนู ( เกิดตั้งแต่ 22 พฤศจิกายน ถึง 21 ธันวาคม ) อย่าไปกิน ถั่วงอก พริกไทย เบียร์ หน่อไม้ เฉาก๊วยแท้
ราศีมังกร ( เกิดตั้งแต่ 22 ธันวาคม ถึง 19 มกราคม ) หลีก แตงกวา แตงโม แคนตาลุบ
ราศีกุมภ์ ( เกิดตั้งแต่ 20 มกราคม ถึง 18 กุมภาพันธ์ ) ควรบอกลาพวกหัวหอม หอมแดง พริก อาหารที่มีรสฉุนทุกชนิด
ราศีมีน ( เกิดตั้งแต่ 19 กุมภาพันธ์ ถึง 20 มีนาคม ) หลีกให้ห่างพวก หน่อไม้ฝรั่ง องุ่น ไวน์ แอปเปิ้ล แพร์ สาลี่ มันเทศ

สำหรับชนชาวเพนท์เฮ้าส์อย่างเราๆ ที่ถือนักหนาในเรื่องสรรพคุณของพลังทางเพศ เพื่อความหรรษาแห่งชีวิตนั้น จึงควรสดับสำเหนียกเอาไว้เป็นข้อเตือนใจ เพราะเรื่องนี้ถือกันในวงการว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย แม้ในหนทางวิถีของลูกผู้ชายจะยืดได้หดได้ แต่เรื่องนี้ยังไงก็ยอมกันไม่ได้ อะไรดีก็ต้องเก็บข้อมูลสะสมเอาไว้ก่อน เพราะยังไงวันข้างหน้าก็จะมีโอกาสให้ได้นำออกมาใช้จนได้เองแหละ แม้นจะเลี่ยงไม่ได้ก็ควรลดให้น้อยลงตามวัย และไม่ควรทานในระยะอันใกล้ก่อนมีเพศสัมพันธ์